MaXNOs

ลองทำดูก่อนนะ
 
บ้านบ้าน  PortalPortal  CalendarCalendar  GalleryGallery  ช่วยเหลือช่วยเหลือ  ค้นหาค้นหา  รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้  สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register)  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)  
สมัครสมาชิก
 
เข้าสู่ระบบ(Log in)
Username:
Password:
เข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติทุกครั้ง(Log in automatically): 
:: ลืม(forget) password
Menu
 Portal
 Index
 รายชื่อสมาชิก
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)
 ช่วยเหลือ
 ค้นหา
โฆษณา
 
 
 
ค้นหา
 
 

Display results as :
 
Rechercher Advanced Search
ผู้ที่กำลัง online
ผู้ที่ online ทั้งหมด 1 คน :: ลงทะเบียน 0 คน, ซ่อน 0 คน และ 1 ผู้มาเยือน

(ไม่มี)

มีผู้ใช้ online พร้อมกันสูงสุด 12 คน เมื่อ Sat Aug 06, 2011 2:06 pm

Share | 
 

 เขย่าขา กัดเล็บ ดึงผมเล่น

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
MaXNOs
LV 2
LV 2


จำนวนข้อความ : 58
ยังไงวะ : 1234
Registration date : 03/03/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: เขย่าขา กัดเล็บ ดึงผมเล่น   Tue Mar 03, 2009 1:14 pm

"ทำไมต้องเขย่าขาอย่างนั้นล่ะลูก…ไม่สุภาพเลย"
"เล็บมันร่อยตรงไหนเหรอ…กัดอยู่ได้"
"เอ้า…ดึงมันเข้าไป ผมน่ะ…เดี๋ยวก็หัวล้านหมดสวยกันพอดี"

ก่อนที่จะไปว่าเด็กๆ อย่างนั้น หยุดคิดสักนิดดีไหมคะว่า ครั้งหนึ่งในวัยเด็กเราก็เคยทำพฤติกรรมซ้ำซากแบบนี้เหมือนกัน ถ้าไม่เขย่าขา กัดเล็บ ก็ดึงผมเล่น …แล้วเราก็มักจะถูกผู้ใหญ่ทั้งหลายว่าให้ เหมือนกับที่เรากำลังว่าลูกอยู่นี่ล่ะค่ะ

"ก็มันเสียบุคลิกนี่" ผู้ใหญ่มักจะมีเหตุผลเสมอ
"ก็มัน…มันส์ดีนิแม่" เด็กก็มีเหตุผลเหมือนกัน

ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผล…แต่ถ้าจะว่าไปแล้ว ไม่ว่าจะบุคลิกหรืออาการมันส์ ก็ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตใจทั้งนั้น ทั้งความพึงพอใจ ความคาดหวัง การติดในอารมณ์ ฯลฯ เดาไปก็เท่านั้น ไปฟังจิตแพทย์เขาอธิบายให้กระจ่างกันดีกว่าค่ะ ว่าพฤติกรรมเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และจะพัฒนาไปสู่การเป็นโรคทางจิตได้หรือไม่

พ.ญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการฯ ศูนย์สุขวิทยาจิต อธิบายว่าพฤติกรรมทั้งสามแบบนี้เริ่มต้นเหมือนกัน คือ จากการ กระตุ้นตัวเอง เพียงเล็กน้อย จนติดเป็นนิสัย และกลายเป็น ความเคยชิน ในที่สุด แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ความรุนแรงของพฤติกรรม ทั้งสามนี้ต่างกัน "เขย่าขาเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป กัดเล็บอาจเป็นพฤติกรรมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สุดท้ายถอนผม ถ้าถอนน้อยๆ ไม่เป็นไร แต่ถ้าถอนซ้ำๆ ที่เดิมมากๆ …ชักไม่ธรรมดาค่ะ"


เขย่าขา…แค่เสียบุคลิก
การเขย่าขาเป็นอาการที่พบได้ทั่วๆ ไป ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงนัก มักพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง ซึ่งคุณหมอบอกว่า อาจเป็นผลมาจากการดูแลสั่งสอนที่ว่า ผู้หญิงจะต้องเรียบร้อย สาวน้อยจึงบังคับกิริยาอาการมากกว่า ในขณะที่พื้นฐานอารมณ์ของเด็กผู้ชาย ก็มักอยู่ไม่ค่อยนิ่งกว่าเด็กผู้หญิงอยู่แล้ว ทั้งผู้ใหญ่ก็มักปล่อยไม่เข้มงวด เรื่องกิริยาอาการเท่าเด็กหญิง

"ทำไมต้องเขย่าขา เหตุผลแรกอาจเริ่มจากความเบื่อ จึงต้องหาอะไรสักอย่างทำเพื่อกระตุ้นตัวเอง แล้วก็เคยชิน เมื่อความเคยชินของเด็กเกิดไปขัดกับสิ่งที่พ่อแม่คาดหวัง การเขย่าขาจึงถูกมองว่าเป็นปัญหา เรามักจะพบบ่อยในครอบครัวที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม เวลาเห็นเด็กนั่งเขย่าขาก็จะทนไม่ได้ ซึ่งตรงนี้กลายเป็นความขัดแย้ง และเกิดปัญหาทางอารมณ์ตามมา แทนที่จะหยุดเขย่า โดนจี้จุดก็ยิ่งเขย่ามากขึ้นอีก ทางแก้คือ ควรหากิจกรรมอื่นมาเบนความสนใจ อย่าไปจี้จุดเขา หมอก็เป็นคนหนึ่งที่สมัยเด็กๆ ติดนิสัยเขย่าขา แล้วอยู่ๆ มันก็หายไปได้เอง…ตรงนี้ขึ้นอยู่กับคนมองมากกว่า"

คุณหมอบอกว่า เราสามารถพบเด็กที่มีการกระตุ้นตัวเองสูง และค่อนข้างรุนแรงได้ตามสถานสงเคราะห์ต่างๆ บางคนกระตุ้นตัวเองด้วยการเอาหัวโขกพื้นบ้าง โขกฝาบ้าง เพียงเพราะเขาเบื่อ หรืออยากให้คนสนใจ เด็กอีกกลุ่มที่พบว่ามีการกระตุ้นตัวเองสูงคือ เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น ซึ่งมักจะนั่งนิ่งๆ ไม่ค่อยได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าเห็นเด็กเขย่าขาแล้วจะต้องเป็นสมาธิสั้นหมดทุกคนหรอกนะคะ ต้องดูอาการอื่นประกอบด้วยค่ะ เช่น ความสนใจสั้น ซุกซนมาก หกล้มหกลุกบ่อย เจ็บตัวได้ง่าย และค่อนข้างก้าวร้าวกว่าเด็กทั่วไป แต่ทั้งนี้ต้องแยกประเด็นออกจากการเลี้ยงดูโดยไม่ได้สอนวินัยให้กับเขาด้วย เพราะเด็กที่ไม่ได้ถูกสอนวินัยนี้ เวลาที่เขาเครียดมักจะแสดงออกในลักษณะซนมาก แต่ถ้าตัดประเด็นนี้ได้ก็ให้สงสัยว่าเด็กอาจเป็นโรคสมาธิสั้นได้ค่ะ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
MaXNOs
LV 2
LV 2


จำนวนข้อความ : 58
ยังไงวะ : 1234
Registration date : 03/03/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: เขย่าขา กัดเล็บ ดึงผมเล่น   Tue Mar 03, 2009 1:15 pm



กัดเล็บ…เพราะเก็บกด
สิ่งที่พบบ่อยในเด็กกัดเล็บคือ เด็กมีภาวะเครียดหรือเศร้า เป็นการแสดงออกถึงภาวะเก็บกดในจิตใจ เรื่องนี้หมอก็บอกไม่เสมอไปอีกเช่นกันค่ะ

"เด็กบางคนเครียดจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เรื่องที่เป็นไปตามพัฒนาการของเขาหรือของครอบครัว เช่น แม่มีน้อง ซึ่งตรงนี้เด็กอาจแสดงออกด้วยการกัดเล็บ แต่พอช่วงวิกฤตผ่านพ้นไปแล้ว เด็กสามารถปรับตัวปรับใจได้แล้ว อาการก็จะหายไปเอง จะมีเด็กเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ยังกัดอยู่ ซึ่งนี่คือการติดเป็นนิสัย ตรงนี้เราจะยังไม่วินิจฉัยว่าเป็นโรค แต่เรียกว่าเป็นการแสดงออกของความรู้สึกมากกว่า"
ที่ศูนย์สุขวิทยาจิต จะมีคุณแม่มาปรึกษาเรื่องลูกกัดเล็บบ่อยมากค่ะ แต่จะเป็นลูกวัยประถมฯมากกว่าวัยรุ่น

"เรื่องนี้จะดี ตรงที่ว่าพอเด็กโตขึ้น อาการจะค่อยๆ หายไปเอง แต่ก็จะไปแสดงออกด้านอื่นๆ แทน เช่น สมมติว่าเริ่มต้นจากเด็กคนหนึ่งเป็นเด็กซึมเศร้า พ่อแม่หย่าร้างกันหรือครอบครัวมีแต่การทะเลาะเบาะแว้งตลอดเวลา เด็กคิดมากโดยไม่รู้ตัว เขาจะกัดเล็บไปเรื่อยๆ ช่วงเล็กๆ ก็กัดไป แต่พอเข้าวัยรุ่นเริ่มรู้สึกว่า การกัดเล็บเป็นพฤติกรรมที่ทำให้ถูกเพื่อนล้อ เขาก็จะเอามือออกจากปาก แต่ก็จะแสดงออกถึงภาวะเก็บกดนี้ไปในทางอื่นแทน ซึ่งเพื่อนล้อไม่ได้ เช่น อาจจะนั่งซึม ออกไปเที่ยว คบเพื่อนฝูงไม่ดี มีเพศสัมพันธ์ ใช้ยาเสพย์ติด สิ่งเหล่านี้กลายเป็นพฤติกรรมที่เป็นปัญหาซึ่งแฝงอยู่ในตัวเขาแล้วตอนนี้"
เมื่อเป็นเช่นนี้ คุณพ่อคุณแม่คงต้องสังเกตแล้วละค่ะ ว่าปัญหาการกัดเล็บของลูกนี้เกิดจากอะไร แก้ไขได้ไหม เช่น เกิดจากการทะเลาะตบตีในบ้าน ตรงนี้พ่อแม่แก้ได้ไหม ถ้าเกิดจากความเครียดที่แก้ไขไม่ได้ เช่น แม่มีน้องใหม่ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจแสดงความรักความใกล้ชิดกับลูกให้เหมือนเดิม หรืออย่างน้อยก็ไม่ให้เด็กรู้สึกแย่จนเกินไป แล้วก็ค่อยๆ ปรับพฤติกรรมการกัดเล็บของเขาเสีย

"อาจใช้การสร้างแรงจูงใจทางบวก เช่น ใช้ สตาร์ ชาร์ต โดยบอกเขาว่า ถ้าวันนี้หนูไม่กัดเล็บเลย หนูจะได้หนึ่งดาว หรือใช้สติ๊กเกอร์ติดไว้ที่เล็บ โดยให้เด็กเลือกเองว่าจะใช้รูปไหนแปะดี สิ่งที่ได้คือเด็กกัดไม่ได้ แต่มีกิจกรรมอื่นทดแทนคือ ชื่นชมตัวการ์ตูนในสติ๊กเกอร์เหล่านั้น เรียกว่าเป็นกิจกรรมแฝง โดยสรุปคือ เบี่ยงเบนเขาออกจากกิจกรรมนี้ แล้วจัดกิจกรรมอย่างอื่นให้เด็กทำ และใช้แรงจูงใจทางบวก
ที่สำคัญ คุณหมอบอกว่า ไม่ควรไปชี้นิ้วว่าเด็ก เพราะการย้ำยิ่งทำให้เด็กเครียดมากขึ้น และกระตุ้นให้ทำมากขึ้นไปอีก เวลาที่เขาอยู่ลับหลังคุณ หมั่นสังเกตว่าลูกเราเหงาหรือเปล่า เบื่อหรือเปล่า แก้เสียโดยหากิจกรรมให้เขาทำ"


ถอนผม…โรคทางจิต
เราอาจเห็นผู้ใหญ่ถอนผมบ่อยๆ เมื่อมีความกังวล เด็กๆ ก็อาจเป็นได้เช่นกันค่ะ ถอนน้อยๆ ไม่เป็นไร แต่ถ้าถอนมากจนเป็นวงขาว… ท่าจะไม่ค่อยดีค่ะ

"หมอเคยพบเด็กที่สถานสงเคราะห์ อายุไม่เกิน 5 ขวบ ถอนผมจนผมหายไปเป็นวงเลย ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับมุมถนัดของเขาว่าจะอยู่ตรงไหน กลางกะหม่อมหรือด้านข้าง เด็กที่โตกว่านี้ก็มีพบเหมือนกัน โรคนี้ดูเหมือนเป็นปัญหาทางพฤติกรรม แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีปัญหาอารมณ์แฝงอยู่ เท่าที่พบ เด็กที่มีพฤติกรรมแบบนี้มักจะเก็บกด ไม่ช่างพูด และรู้สึกอะไรก็อดทนกับความรู้สึกเหล่านั้น แสดงออกไม่เป็น ทักษะการแก้ปัญหาไม่ดี มันสะท้อนถึงพื้นฐานเด็ก ที่เราต้องแก้ไขค่ะ"

เรื่องถอนผมนี่ดูเหมือนจะเป็นพฤติกรรมที่หนักที่สุด ถึงขั้นเป็นโรคได้ทีเดียว แต่ทั้งนี้ เด็กบางคนก็เป็นเพียงนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น เหมือนกัดเล็บและเขย่าขา นอกเสียจากว่าเด็กมีพฤติกรรมถอนผมซ้ำๆ กันมากๆ จนสังเกตเห็นหัวล้านเป็นหย่อมๆ ตรงนี้ แพทย์สามารถวินิจฉัยว่า เด็กมีความผิดปกติทางจิตใจ เรียกว่า โรคทิโชทิโลมาเนีย (Trichotilomania) คือ โรคที่ไม่สามารถควบคุมความต้องการที่พุ่งขึ้นมาจากภายในได้ พบตั้งแต่เด็กวัยเรียนไปจนถึงผู้ใหญ่


อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว ลูกของเราอยู่ในข่ายไหมคะ อย่ารอช้า ช่วยกันปรับกิริยาท่าทีของสาวน้อยหนุ่มน้อยกันหน่อย ก่อนที่จะเป็นบุคลิกติดตัวไปจนโต ให้เพื่อนฝูงล้อเลียนจนต่อมกลุ้มของพ่อแม่ลูกต้องทำงานกันอีกครั้ง

ที่มา http://www.elib-online.com/



--------------------------------------------------------------------------------
น้องๆ MaXNOs มีใครที่เป็นอาการ 3 แบบข้างต้น หรือมีเพื่อนที่มักจะมีพฤติกรรมเหล่านั้นหรือเปล่า


- ถ้าใครเคยติด เขย่าขา เวลานั่ง .. อยากรู้จังว่า ทำไมต้องเขย่าขา
- ถ้าใครเคยกัดเล็บ ตอนนี้ยังกัดอยู่รึเปล่า
- ถอนผม .. เอร่อ มีใครถอนผมตัวเองเล่นๆ บ้างมั้ยเนี่ย ?
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
เขย่าขา กัดเล็บ ดึงผมเล่น
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
MaXNOs :: ::ความรัก::-
ไปที่: